Free Web space and hosting from freehomepage.com
Search the Web

 


 

 01 จุดเกิดเหตุ

 02 เคลื่อนตัว

 03 หืดขึ้นคอ

 04 กลับเข้าเมือง

 05 ตะลุยเมืองตาก

 06 ไต่สันเขื่อน

 07 วาเลนไทม์ระอุ

 08 เมืองรถม้า

 09 เข้าเชียงใหม่

 10 น้ำพุร้อน

 11 ไปปาย

 12 แม่ฮ่องสอน

 13 ส่งท้าย

 
muudmuud@hotmail.com


02 เคลื่อนตัว

    
เช้าตรู่วันที่ 6 กุมภา วงล้อของ "ภูวดล" เริ่มหมุนออกจากบ้านด้วยน้ำหนัก 16 กก. ของ"ภูวดล"เอง 
บวกกับน้ำหนักสัมภาระอีก 13 กก. นี่ยังไม่รวมน้ำหนักของตัวผมอีก 67 กก.นะเนี่ย 
รวมๆกันแล้วเกือบ 100โล จะไม่ให้หนักได้ยังงัย ไม่ว่าอะไรก็รู้สึกว่ามันจำเป็นต้องเอาไปซะหมด

รถไฟจะออกจากสถานีหัวลำโพง เวลา 7.00 น. ผมต้องไปถึงก่อนซัก1ชั่วโมงเพื่อจัดการเรื่องชั่งน้ำหนักจักรยาน
เพื่อขนขึ้นรถ ตีตั๋วในราคา 128 บาทลงนครสวรรค์ บวกกันค่าระวาง การขนจักรยานไปด้วยอีก 80 บาท 
เจ้าหน้าที่เค้าไม่ได้ชั่ง นน.หรอกคงจะเป็นความคุ้นเคยละมั้ง 

     หากจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยยกรถขึ้น ก็จะเสียเงินอีก 10บาท หรือเราจะยกเองก็ได้ ที่แรกผมไม่รู้จึงไม่ได้เอาสำภาระออกจาก"ภูวดล" ยกขึ้นทั้งคันไม่ไหวจึงต้องเสียเงินอีก10บาทให้เจ้าหน้าที่ช่วยยก
มานึกทีหลัง การที่มีระบบการถอดกระเป๋าสัมภาระออกง่ายๆ จะดีมากเลยสามารถเอาออกหรือเข้าได้ตลอดเวลา   

 

   

     ที่ตู้เก็บสัมภาระ จัดแจงเอาสายรัด รัด "ภูวดล" เข้ากับหลักที่หาได้ในตู้ จากนั้นก็ไปหาที่นั่ง ที่นั่งเป็นชั้น3 
วันนั้นคนไม่เยอะจึงเลือกที่นั่งได้ตามสบาย ผมเอาแผ่นที่ของแต่ละจังหวัดที่ได้มาจากในเวป มาศึกษาเพื่อฆ่าเวลา       

     รถผ่านเข้าอยุทธยาเริ่มมีคนมาขายของกิน เลยซื้อ โรตีสายไหมของดีของที่นี่ นั่งกินแก้หิวไปได้ จนรถผ่านถึงลพบุรี จึงรู้ว่าใกล้นครสวรรค์แล้วซินะ 

 

     ลงรถที่สถานี นครสวรรค์ เวลา เที่ยงกว่า เหรดซะสะใจจริงๆรถไฟไทย
หลังจากที่เอา
"ภูวดล"ลง ทีนี้ละจะไปทางไหน มันเคว้งไปหมด ตรงนี้อยู่ตรงไหนแล้วเราจะไปไหนวะเนี่ย 
เอาเป็นว่า ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า ผมปั่นมุ่งไปที่ตลาดข้างหน้า แล้วแวะเข้าร้านข้าวมันไก่ 
ที่นี่ขายถูกจริงๆ 20 บาท ไก่เต็มจานเลย จากนั้นก็ไถ่ถามเจ้าของร้านว่า แถวนี้เค้าเที่ยวไหนกัน 
ได้รับคำตอบว่า บึงบรเพชรงัย มีที่พักด้วยนะ น่าสนแฮะ เลยตัดสินใจไปบึงบรเพชรก่อนแล้วกัน

     หลังจากถามเส้นทางเสร็จสรรพก็ออกเดินทาง ระยะทาง ระยะทางเกือบ 20 กม. แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ก่อนจะเลี้ยวเข้าทางแยกเข้าบึงบรเพชร เบื้องหน้าหากตรงไปก็จะเป็นตัวเมืองนครสวรรค์ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทำมัยมันสูงจังวะ หรือเพราะมันเป็นต้นแม่น้ำ พรุ่งนี้เราต้องขึ้นให้ได้ซะด้วย แต่วันนี้งัยก็ต้องไปให้ถึงบึงบรเพชรก่อนแล้วกัน

     มาถึงที่บึงบรเพชร จัดแจกสอบถามที่พัก เป็นเต๊นท์ปกตินอนกัน 6-8คน แต่ผมมาคนเดียวก็เลยต้องเอาละ ราคา 290 มีพัดลมให้ ห้องน้ำรวม ตกเย็นก็เดินดูโน่นดูนี่ไปรอบๆ กำลังพัฒนาเห็นว่าจะทำให้เป็นจุดท่องเที่ยวใหญ่โต 
     มีราชการกลุ่มใหญ่เดินทางมาพักกินอาหารกันที่นี่ ป้าคนนึงเข้ามาถามผมว่ามาจากไหน มาคนเดียวหรือ เค้าว่า ลูกเค้าก็ชอบเที่ยวแบบนี้แหละ หลังจากกลุ่มนี้จากไป บรรยากาศก็เงียบลงอีกครั้ง

     มื้อเย็น ด้วยความอยากบวกความหิว สั่งอาหารซะยังกะมากันซัก3คน ซัดปลาทับทิมทอดกระเทียมคนเดียวเลย
เด็กเสริฟมาแซวว่ากินหมดเหรอ คนอย่างเราไม่ปล่อยให้เสียของหรอก

     หลังจากอิ่มแปร้ ก็นั่งวางแผ่นการเดินทางสำหรับพรุ่งนี้ จุดหมายต่อไปก็คือ น้ำตกแม่วงศ์ จ.กำแพงเพชร แต่ดูจากแผนที่แล้วคงจะไกลเกินไปสำหรับการเดินทาง ดูในแผ่นที่ มีโรงแรมแถวทางเข้าจ.กำแพงเพชร จุดหมายต่อไปคงเป็นที่นั่น

 

 

      ตื่นเช้าขึ้นมาจัดแจงอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เมื่อคืนอากาศก็ยังเย็นๆอยู่พอสมควร ทีแรกว่าจะไปนั่งกินกาแฟ
ที่ร้านซักหน่อย แต่คนที่นี่ตื่นสายกันจริงๆ รอถึง 8.30 น. ถึงจะมากัน ทีแรกเห็นป้าย ข้าวหมกนกกระจอกเทศ 
ว่าจะลองซะหน่อย เค้าว่ามีขายวันเสาร์อาทิตย์ อดเลย ผมต้องต้มกาแฟกินเอง กับแครกเกอร์ ที่น้องให้ติดตัวมา 
Checkout เสร็จ ก็ซื้อน้ำเติมกระติกแล้วมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองนครสวรรค์ทันที

     เช้าวันที่ 7 กุมภา ปั่นออกจากบึงบรเพชร มุ่งหน้าเข้าเมือง ตลอดทางหมอกลงตลอด อากาศหนาวใช้ได้ทีเดียว ปั่นมาถึงสะพานข้ามเจ้าพระยา เอาวะเป็นงัยเป็นกัน ผมกัดฟันปั่นขึ้นไปรวดเดียวถึงยอด แหกปากตะโกนลั่นว่า "นครสวรรค์" รถกระบะที่วิ่งผ่านหันมามองทำหน้างงๆ พอถึงแยกหอนาฬิกา เวลาบอกว่า 9.00น. อุนหภูมิ 24องศา อากาศดีจริงแฮะ

     ผมแวะกินข้าวหมกไก่ ในตัวเมืองแล้วซื้อใส่กล่องติดตัวไปด้วย กันเหนียวไว้ก่อน ปั่นมาได้ไม่เท่าไร หมาไล่ซะเอาเป็นเอาตาย ยังนึกว่า หมาเมืองนี้ทำมัยมันดุกันจริงวะ หรือว่ามันจะทักทาย อาจจะใช่แฮะ 

    ลูกแม่ค้าขายปูจักจั่น ที่ขายข้างทาง เห็นจักรยานขนของพลุงพลัง แต่งตัวสีแป๊ดๆ ยังวิ่งออกมาโบกมือทักทายเลย คิดแล้วก็น่าชื่นใจจริงๆ

     

     ที่แรกกะว่าจะปั่นให้ถึงแยกทางเข้าแม่วงศ์ แต่อาการปวดหลังเริ่มแล้วซิ เข่าซ้ายก็เริ่มเจ็บแปล็บๆ ดีที่มีผ้าพันบล๊อคหลังติดมาด้วย ช่วยได้มากทีเดียว แต่ดูระยะทางในแผนที่ มันยังไม่ได้ครึ่งนึงเลยนี่นา เลยพักกินข้าวหมกที่ซื้อมาที่ศาลาริมทางซักก่อนดีกว่า

       และแล้ว หลังจากขมักเขม่นกับการปั่น ข้างหน้าคือซุ้มทางเข้าจังหวัดกำแพงเพชรนี่นา แวะถ่ายรูปซะหน่อย 
แล้วจึงปั่นถึง อ.สลกบาตร ถามหาที่พัก ชาวบ้านแนะนำว่า เลยไปอีกหน่อยจะมี โรงแรมข้างทาง 
พอไปถึง มันคือโรงแรมม่านรูดนี่หว่า ชื่อ LOVE YOU ขณะนั้นเวลาบ่ายสองโมง พอปั่น
"ภูวดล" เลี้ยวเข้าไป พนักงาน วิ่งออกมาถามว่า "ชั่วคราวหรือค้างคืน" ป๊าดดดด ดูเค้าถาม สภาพแบบนี้จะชั่วคราวทำมัยเนี่ย พอปั่นเข้าที่จอดรถเด็กก็วิ่งมารูดม่าน 
แต่เรื่องอะไรจะเอา "ภูวดล" ไว้ข้างนอก ผมเอาเข้าไปนอนในห้องด้วยเลย

 

     เข้าถึงห้องพักก็จัดแจงอาบน้ำ เปิดแอร์เย็นฉ่ำให้สะใจ ตอนนั้นเวลาซัก 3โมงเย็นเห็นจะได้ พอพักผ่อนซักพักก็เลยออกมานั่งกิน ส้มตำข้าวเหนียวหน้าโรงแรม ซัดแป๊ปซี่ไป2ขวด กระหายแต่น้ำ กินน้ำจนอิ่มก็ว่าได้ วันนี้ปั่นไปเป็นระยะทาง 65 กม. 

   เท่าที่ดูอัตราเฉลี่ยในการปั่น ความเร็วน้อยมาก ตอนซ้อมอยู่ที่กรุงเทพ ความเร็วโดยเฉลี่ย จะอยู่ที่ เกือบ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่นี่ทำมัยปั่นได้ แถวๆ 20 กม.เอง มารู้ทีหลังว่า นี่เรากำลังปั่นขึ้นเขาโดยไม่รู้ตัวเลยนี่นา พรุ่งนี้ต้องไปให้ถึง น้ำตกแม่วงศ์ให้ได้
วันนี้หยอดน้ำมันโซ่ ด็ความเรียบร้อยของอุปกรณ์เสร็จก็หลับเป็นตาย.....